จักสาวน้อยนักเชลโล่ นานะ อูหยาง ศิลปินเปี่ยมพรสวรรค์จากไต้หวัน

จักสาวน้อยนักเชลโล่ นานะ อูหยาง ศิลปินเปี่ยมพรสวรรค์จากไต้หวัน

จักสาวน้อยนักเชลโล่ นานะ อูหยาง ศิลปินเปี่ยมพรสวรรค์จากไต้หวัน

Nana Ou-Yang หรือ “นานะ อูหยาง” สาวน้อยชาวไต้หวันวัย 16 ปี ฉายแววเป็นศิลปินตั้งแต่ยังเล็ก เธอเริ่มเรียนเปียโนเมื่ออายุได้ห้าขวบ และในปีต่อมาก็เริ่มเรียนเชลโล่ซึ่งกลายเป็นความหลงใหลของเธอนับแต่นั้นมา เมื่อนานะอายุ 15 ปี เธอก็เป็นคนที่อายุน้อยที่สุดที่ได้แสดงเชลโล่เดี่ยวที่ National Centre for the Performing Arts ในกรุงปักกิ่ง และในปีเดียวกันนั้นก็ได้ออกอัลบั้มเดี่ยวครั้งแรกในชื่อ “15” ซึ่งนอกจากจะเล่นดนตรีเองแล้ว นานะยังร้องเพลงของเธอเองด้วย นับว่าเป็นสาวน้อยที่มากความสามารถจริงๆ
นับตั้งแต่ออกผลงานอัลบั้มเดี่ยวชุดแรก นานะก็เป็นที่จับตามองของสื่อไต้หวันในฐานะศิลปินดาวรุ่งและต้นแบบของนักดนตรีในอุตสาหกรรมดนตรีคลาสสิคตั้งแต่นั้นมา หนึ่งในผลงานเพลงที่โดดเด่นของนานะคือ “Warm Your Winter” เพลงประกอบทีวีซีรี่ส์เรื่อง “Yes! Mr. Fashion” ที่สาวนานะร่วมแสดงด้วย

“เพลงนี้แต่งขึ้นสำหรับตัวละครที่ฉันเล่นโดยเฉพาะเลยล่ะค่ะ เนื้อหาเกี่ยวกับการที่เราต้องสร้างพลังบวกเพื่อทำให้หัวใจของคนอื่นๆอบอุ่นขึ้น และนำพลังในแง่บวกมาสู่พวกเขาค่ะ” นานะบอก

อัลบั้ม “15” ซึ่งเป็นอัลบั้มชุดแรกในชีวิตของเธอนั้น สาวนานะบอกว่ากว่าจะผลิตออกสู่สายตาประชาชนได้นั้น ต้องผ่านกระบวนการขั้นตอนที่หนักหนาและเหน็ดเหนื่อยเหมือนกับการผ่านสงครามเลยทีเดียว

“ในเวลาที่ออกอัลบั้ม ‘15’ นี้ฉันก็เล่นเชลโล่มาเป็นเวลา 9 ปีแล้ว มันเหมือนฝันเป็นจริงเลยค่ะ ฉันอยากจะมีอัลบั้มเป็นของตัวเองมาตลอด แต่ไม่เคยคิดว่าจะทำได้สำเร็จตอนอายุ 15 ฉันเลยระมัดระวังมากหน่อยตอนที่ทำอัลบั้ม เพราะฉันไม่เคยมีประสบการณ์ในการบันทึกอัลบั้มเพลงคลาสสิคมาก่อน มันจึงเป็นงานหนักมากสำหรับฉันนะคะ การอัดอัลบั้มเป็นเวลาสามวันนั้นเหมือนผ่านการสู้รบเลยล่ะ”

สำหรับอัลบั้มนี้ เรามีมิวสิควีดิโอที่จะภูมิใจนำเสนอคือ “One Day” และ “Popper: Concert Polonaise, Op. 14” สองบทเพลงดนตรีคลาสสิคนุ่มละมุน เราจะได้เห็นทักษะอันยอดเยี่ยมในการเล่นเชลโล่ของสาวนานะ ที่เห็นแล้วต้องยกนิ้วให้จริงๆ พร้อมดื่มด่ำไปในห้วงทำนองเพลงจากปลายนิ้วของเธอ ว่าแล้วก็ไปชมกันเลย

“One Day”

“Popper: Concert Polonaise, Op. 14”

น่าทึ่งจริงๆ สำหรับเด็กสาวอายุเพียง 16 ปีที่มีอัลบั้มเดี่ยวเป็นของตัวเอง ที่เธอทั้งร้องและเล่นดนตรีเอง ไม่ไปพิสูจน์ฝีมือก็เห็นจะไม่ได้แล้ว ฟังซิงเกิ้ล “Warm Your Winter” ของสาวน้อยน่ารักคนนี้ได้เลย แล้วจะรู้ว่าเพราะเหตุใดเธอจึงประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุเพียงเท่านี้!

จักสาวน้อยนักเชลโล่ นานะ อูหยาง ศิลปินเปี่ยมพรสวรรค์จากไต้หวัน

“เพราะลูกคือชีวิต” นิยามรักของคุณแม่คนสวย นาตาชา แม่น้องไตตั้น

“เพราะลูกคือชีวิต” นิยามรักของคุณแม่คนสวย นาตาชา แม่น้องไตตั้น

“เพราะลูกคือชีวิต” นิยามรักของคุณแม่คนสวย นาตาชา แม่น้องไตตั้น

“เพราะลูกคือชีวิต” นิยามรักของคุณแม่คนสวย คุณลูกจอมซน นาตาชาและธีชา (ไตตั้น) สัจจกุล

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2551 เป็นวันที่สื่อมวลชนพากันแสดงความยินดีกับการเข้าสู่ ประตูวิวาห์ของคู่กิ่งทองใบหยกคู่หนึ่งของเมืองไทย นั่นคือ คุณตุ้ย ธีรภัทร์ สัจจกุล และ คุณแอนนา นาตาชา เปลี่ยนวิถี นางแบบสาว และในปีต่อมาคุณแอนนาก็ได้ให้กำเนิดลูกชายคือ น้องไตตั้น หรือ เด็กชายธีชา สัจจกุล  จึงทำให้เธอต้องออกจากวงการบันเทิงมารับบทคุณแม่เต็มตัว

ปัจจุบันน้องไตตั้นอายุห้าขวบกว่า แม้เด็กชายจะทั้งซนและแก่น จนทำให้ต้องปวดหัวอยู่เสมอ แต่นั่นก็คือความสุขที่สุด ของคนเป็นแม่ ซึ่งวันนี้เธอพร้อมแล้วที่จะมาเล่าสู่กันฟัง


ช่วยเล่าถึงประสบการณ์ตอนเป็นคุณแม่มือใหม่ให้เราฟังหน่อยค่ะ

เนื่องจากตุ้ยทำงานไม่เป็นเวลา แอนนาจึงต้องรับหน้าที่นี้ไปเต็มๆ ตอนนั้นไม่มีใครเป็นที่ปรึกษาเลย แม้แต่คุณแม่ของแอนนาท่านก็ไม่ได้บอกอะไร บอกแต่ว่าให้เลี้ยงลูกเองดีที่สุด ท่านบอกแค่นี้จริงๆ ตอนแรกแอนนาก็ไม่ได้คิดว่ายาก แต่ปรากฏว่าไตตั้นเลี้ยงยากมาก ตอนคลอดใหม่ๆ แอนนาอุ้มให้เขากินนม พอเขาหลับแอนนาจะวาง เขาก็ตื่น เลยกลายเป็นว่าแอนนาต้องอุ้มเขาตลอดทั้งวันทั้งคืน เรียกว่าเลี้ยงลูกจนไม่ได้หลับไม่ได้นอน ตาโบ๋เลย(หัวเราะ)

ยอมรับว่าเหนื่อยมาก เพราะเราไม่ไว้ใจให้ใครมาช่วย เลยต้องทำทุกอย่างด้วยตัวเอง ไม่มีใครช่วยแล้วศึกษาการเลี้ยงลูกจากที่ไหนคะ แอนนาอ่านจากหนังสือและเปิดอินเทอร์เน็ตค่ะ โดยอ่านทุกๆ สเต็ปเรื่อยมาตั้งแต่แรกเกิด ก็เห็นพัฒนาการของลูกเรื่อยมา เราก็เรียนรู้ไปเรื่อยๆ สงสัยตรงไหนก็เปิดตำราเปิดหนังสืออ่านเอา ซึ่งช่วยได้เยอะทีเดียว แอนนาเลี้ยงลูกจนเราตัวติดกันตลอด (หัวเราะ) ตัวติดกันตลอดอย่างนี้


แล้วตอนลูกเข้าโรงเรียนเป็นอย่างไรบ้างคะ

ทุกคนที่เห็นแอนนาอยู่กับลูกจะห่วงเหมือนกันหมดเลยว่า ตอนเข้าโรงเรียนจะเป็นอย่างไร เขาจะร้องหาเราไหม แต่ผิดคาดค่ะ เพราะไตตั้นไม่ร้องไห้เลย ในขณะที่เด็กคนอื่นร้องไห้ แอนนาพาเข้าโรงเรียนตั้งแต่ตอนสามขวบกว่าๆ ไตตั้นชอบคุยชอบเล่นกับเพื่อน ไม่กลัวใคร และเข้ากับคนอื่นได้ง่าย แต่แอนนาก็จะอยู่ใกล้ๆ เขาตลอดนะคะ โดยจะไปแอบดูเขาผ่านมอนิเตอร์ที่โรงเรียน แอนนาจะบอกเขาว่า หม่ามี้อยู่ห้องนี้ตรงนี้นะ เขาก็จะรู้สึกว่าเราอยู่กับเขาตลอดเวลา


ไตตั้นเรียนเก่งไหมคะ

ตอนนี้เขายังเด็กอยู่มากเลยบอกไม่ได้ ว่าเรียนเก่งหรือเปล่า แต่เท่าที่แอนนาสังเกต จากการที่ให้เขาเรียนเปียโน เขาเรียนรู้ไวและจำแม่นมาก เขาเริ่มเรียนเปียโนตอนอีก 1 เดือนจะ 5 ขวบ เขาจำโน้ตได้เร็วมาก จำเก่งมากๆ เราเลยรู้ว่าสมองของเด็กรับได้ไวมาก

ไตตั้น เดินเข้ามาขณะที่คุณแอนนากำลังพูดถึงเขา เสริมว่า “ใช่ ไตตั้นเล่นเก่ง ไม่ต้องมองโน้ตเลย” คุณแอนนารีบบอกว่า “ไตตั้นเก่งแต่ดื้อ ถ้าตั้งใจ ไตตั้นก็ทำได้” แอนนาว่าเขาดื้อค่ะ เล่ห์เหลี่ยมเยอะด้วย เวลาบอกให้ทำอะไรก็ไม่ค่อยยอมทำคงเพราะเป็นเด็กผู้ชายด้วยเลยแผนเยอะแอนนาจึงต้องเหนื่อยมาก


มีวิธีปราบไตตั้นอย่างไรคะ

แอนนาทำทุกอย่างค่ะ ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยดุใคร ก็ต้องมาดุเขานี่ละ อย่างการเรียนเปียโน แอนนารู้ว่าเขาเล่นได้ดี แต่เขาไม่ค่อยฝึก กว่าจะซ้อมเปียโนเสร็จแต่ละวันก็ต้องสู้กันจนเหนื่อย หรือเวลาเรียน เขาจะไม่ค่อยฟังครู คอยแต่จะลุกหนี เราก็ต้อง คอยดึงเขาไว้ ทั้งขู่ ทั้งหอมแก้ม ทั้งดุ ใช้ทั้งไม้อ่อนไม้แข็ง เวลาเข้าไปนั่งเรียนด้วย ก็ต้องจำว่าวันนี้คุณครูสอนอะไรบ้าง กลับมาบ้านก็ต้องมานั่งทวนกันทุกวัน ทำให้แต่ละวันที่ผ่านไปรู้สึกเหนื่อยมากเพราะต้องหลอกล่อ บางที กว่าจะอ่านหนังสือได้แต่ละประโยคต้องต่อรองหอมแก้มกันเป็นสิบๆ ครั้ง

เขาเป็นอย่างนี้ตลอด ลีลาเยอะ บางทีก็แกล้งทำเป็นไม่ตั้งใจ ทำให้เราต้องดุ จนบางทีรู้สึกไม่ไหวแล้วต้องบอกเขาว่า “ถ้าไม่ทำ หม่ามี้ไปแล้วนะ” เขาถึงยอม บางทีก็แกล้งทำเป็นเข้าห้องนอนแล้วปิดประตูล็อกห้อง เขาก็จะเคาะเรียกหม่ามี้ๆ เพื่อง้อเรา

เวลาดุลูก สงสารเขาไหมคะ
สงสารค่ะ แต่เหนื่อยมากกว่า เพราะเขาไม่กลัวแอนนาเลย ดุแทบตายเขาก็ไม่กลัว แถมยังแกล้งแอนนาด้วย เช่น เวลาจะต่อรองกับเรา เขาจะลองร้องไห้ ดูว่าเราจะทำอย่างไรคือเขาจะทำทุกอย่างจนถึงที่สุดของเขา ถ้าเห็นว่าเราไม่ยอมจริงๆ เขาถึงจะหยุด เราก็เลยรู้ว่า อ้อ ที่เขาทำทุกอย่างมาตั้งแต่ต้นนั่นคือแอ๊คติ้ง คือการแสดงทั้งนั้นเลย แอนนาก็เสียใจนะเวลาดุเขา แต่การเลี้ยงเขาตอนยังแบเบาะกับตอนนี้ต่างกันมาก พอเขาโต แอนนาก็ต้องหาวิธีปราบเด็กดื้อให้เป็นเด็กดีก็เท่านั้นเองค่ะ


นอกจากให้เล่นดนตรีแล้ว ไตตั้น ทำกิจกรรมอะไรอีกบ้างคะ

เล่นกีฬาค่ะ เพราะแอนนาชอบเล่นกีฬามาก เลยคิดว่าเด็กน่าจะชอบอะไรเหมือนพ่อแม่ ตอนนี้แอนนาสอนเขาตีเทนนิสมาหลายเดือนแล้ว โดยต่อรองว่า ถ้าตีเทนนิสเสร็จแล้วจะให้เล่นไอแพ็ด แต่ให้ดูเฉพาะตอนที่แอนนากำลังตีเทนนิสกับเพื่อนเท่านั้น เขาเลยยอมทำ


ต้องมีข้อแม้แทบทุกเรื่องเลยหรือคะ

ค่ะ ไม่อย่างนั้นเขาก็ไม่ยอม จะดูแต่ทีวี แล้วเดี๋ยวนี้ทีวีมีหลายช่อง ไม่เหมือนสมัยเราเด็กๆ ที่ทีวีมีไม่กี่ช่อง ดูแป๊บเดียวก็เบื่อแล้ว สู้ไปโดดหนังยางกับเพื่อนไม่ได้ สนุกกว่า นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมแอนนาถึงพาเขาไปเรียนเปียโนและตีเทนนิส แต่กว่าจะตีหมดแต่ละตะกร้า แอนนาก็เหนื่อยมากค่ะ เพราะเขาจะลีลา ทั้งๆ ที่ความจริงเขาทำได้ เราจึงต้องสู้กันตลอด
คุณตุ้ยได้มีเวลามาช่วยดูแลลูกบ้างไหมคะ
ตุ้ยทำงานไม่เป็นเวลา ลูกจึงอยู่ติดกับแอนนาตลอด


เป็นห่วงลูกเรื่องอะไรมากที่สุดคะ
สำหรับวัยนี้ แอนนาห่วงเรื่องความปลอดภัยและสุขภาพค่ะ ซึ่งก็ดูแลเขาอย่างใกล้ชิด สิ่งที่ห่วงแต่ห้ามไม่ได้คือ เขาชอบวิ่งซนหกล้มอยู่เรื่อย เราพูดไปเถอะ เขาก็ไม่ฟัง บางทีก็หกล้มให้เห็นกันต่อหน้าต่อตามีแผลมาให้เห็นตลอด ก็ต้องทำใจค่ะ
เวลาที่คุณแอนนารู้สึกเหนื่อย ได้กำลังใจมาจากไหนคะ
พอเห็นเขา เราก็หายเหนื่อยค่ะ ลูกเป็นกำลังใจของแอนนา เพราะเดี๋ยวเขาก็เข้ามากอด มาหอมแก้มทั้งวัน ลูกสำคัญต่อชีวิตของแอนนามาก เขาสำคัญที่สุด เพราะเราเป็นคนให้ชีวิตเขา เขาจึงเป็นทั้งหมดของชีวิตเรา มีคนเคยบอกเหมือนกันว่า ให้คนอื่นเลี้ยงบ้างสิ แต่แอนนาทำไม่ได้ เพราะอยากเลี้ยงลูกเอง และโดยนิสัยแล้วแอนนาเป็นคนขี้เกรงใจคนด้วย อย่างตอนลูกยังเล็กเวลาเขาถ่าย เราก็ล้างก้นให้เขาเอง เพราะคิดว่าคงไม่มีใครอยากทำ สู้เราทำเองดีกว่า


ช่วยเล่าถึงความติดลูกของคุณแอนนาให้ฟังหน่อยค่ะ

เราไม่เคยห่างกันเลย ขนาดเพื่อนนัดเจอ แอนนาก็ไม่อยากไป อยากอยู่กับลูกมากกว่า เพราะคิดว่าลูกต้องการเรา มีครั้งหนึ่งที่แอนนาไปตัดผม ตอนนั้นฝากลูกไว้ให้ที่บ้านดู จำได้ว่าพอตัดผมเสร็จ แอนนารู้สึกว่าตัวเองลนลานมาก พะวงไปหมดว่าขนาดลูกอยู่กับเรายังหกล้ม แอนนาเลยรีบจนเกือบขับรถชนไม้กั้นที่รับบัตรจอดรถ รู้สึกตัวได้เลยว่าเวลาอยู่ห่างลูก เราจะไม่นิ่ง อีกครั้งหนึ่งที่เพื่อนชวนไปกินข้าวตอนนั้นลูกยังไม่ถึงสองขวบ ขนาดเพื่อนชวนไปใกล้ๆ แอนนาก็นั่งไม่ติด ต้องขอเพื่อนกลับบ้านก่อน เพราะใจเราอยู่กับลูกตลอด แอนนาก็รู้นะคะว่าห่วงพะวงเรื่องลูกมากไป แต่ถ้าจะต้องปล่อยให้เขาอยู่กับคนอื่นหรือให้ห่างเขา แอนนาทำไม่ได้จริงๆ
แล้วหากเขาโตไปแล้วต้องมีครอบครัวของตัวเองล่ะคะ คุณแอนนา จะทำอย่างไร
อันนั้นได้ค่ะ ตอนนั้นเราคงไม่เป็นห่วงแล้ว แต่ตอนนี้เขายังเด็กอยู่ ยังดูแลตัวเองไม่ได้ เขายังต้องการเรา ยังร้องหาหม่ามี้อยู่ เราก็ต้องอยู่ข้างๆ แต่เมื่อไหร่ที่เขาโตแล้วอยากไปสนุกนอกบ้าน อย่างนั้นก็คงต้องแล้วแต่เขา เคยร้องไห้เพราะลูกบ้างไหมคะ อู๊ย ร้องเป็นประจำค่ะ (หัวเราะ) เพราะเราต้องดราม่าสู้กัน เขาร้องไห้มา เราก็ต้องร้องไห้กลับไป ส่วนใหญ่แอนนาจะร้องไห้ตอนที่พูดกันไม่รู้เรื่องแล้ว คือเราเหนื่อยมากแล้ว เรื่องร้องไห้เลยง่าย พอเราเล่นบทนี้ เขาก็จะเข้ามาโอ๋ มาออดอ้อน เรื่องอ้อนคนนี้เขามือวางอันดับหนึ่งเลยค่ะ (หัวเราะ)
ไตตั้นดูเป็นเด็กอ่อนโยนนะคะ
ใช่ค่ะ เขาอ่อนโยน แล้วก็ยิ้มเก่งด้วยตั้งแต่ตอนเล็กๆ แอนนาอุ้มไปข้างนอกเขาเห็นใครเขาก็ยิ้มให้ แอนนาเลยคิดว่าลูกก็เหมือนเรา เพราะเราก็ยิ้มง่าย ไตตั้น ยิ้มง่าย จนเพื่อนแซวว่าลูกเราบ๊องหรือเปล่านี่เพราะยิ้มตลอดเวลา
แล้วเลี้ยงยากเรื่องอะไรบ้างคะ
เรื่องกินนี่ยากมาก ตั้งแต่เล็กๆ แอนนาต้องบังคับทุกอย่าง สู้กันมาตลอด เพราะทุกมื้อเราต้องหลอกล่อ ตอนเล็กๆ ยังไม่รู้รสอาหารก็ยังยอมกินบ้าง แต่พอโตขึ้นรู้รสแล้ว จะกินแต่เมนูซ้ำๆ อย่างตอนนี้กินไข่ต้มทุกวัน ก็จะบังคับเขาให้กินข้าวด้วย นอกจากนี้ก็ยังมีเมนูผักบดที่กินมาตั้งแต่ตอนอายุ 6 เดือน แต่ก็ให้กินคุกกี้และเฟรนช์ฟรายส์บ้างค่ะ
ใช้เวลาดูแลลูกมากขนาดนี้ คุณตุ้ยไม่น้อยใจบ้างหรือคะ
คงมีบ้างค่ะ แต่แอนนาไม่สนใจหรอก (หัวเราะ) สำหรับคนนั้นแอนนาก็กำลังฝึกอยู่ ตอนนี้เริ่มโตขึ้นบ้างแล้ว เขาชอบเรียกร้องความสนใจเหมือนกัน (หัวเราะ) ส่วนเรื่องให้กำลังใจ ก็ให้กันอยู่แล้ว แต่ตอนนี้แอนนามุ่งดูแลไตตั้นอย่างเดียวเพื่อให้เขาเติบโตขึ้นเป็นเด็กดีค่ะ
คุณแอนนามีหลักในการดูแลครอบครัวให้มีความสุขอย่างไร และวางแผนอนาคตลูกอย่างไรคะ
แอนนาทำทุกอย่างด้วยหัวใจค่ะ ส่วนอนาคตของไตตั้น แอนนาไม่ได้วางแผนอะไรมาก อยู่ที่เขามากกว่าว่าเขาจะเก่งหรือถนัดทางไหน แอนนาแค่อยากให้เขาโตขึ้นเป็นคนที่มีความสุขเท่านั้นก็เพียงพอแล้ว

พี่เบิร์ด ร้องเพลงละครให้พระนางคู่ปัง “ติ๊ก-ใหม่”

หลังจากที่เงียบหายจากการออกผลงานเพลงไปนาน ล่าสุดซุปเปอร์สตาร์ของวงการเพลงไทยอย่างพี่เบิร์ด ธงไชยก็กลับมาอีกครั้งกับซิงเกิ้ลเพลงประกอบละครเพลิงนรี ที่นำแสดงโดยนางเอกสาวคนสนิทของคุณเบิร์ด อย่าง ใหม่ ดาวิกา ซึ่งละครเรื่องนี้ก็เป็นครั้งแรกที่ใหม่ได้ร่วมแสดงกับทางช่องสามด้วย

โดยก่อนหน้านี้นั้นคุณเบิร์ดได้เชิญคุณใหม่มาเป็นแขกรับเชิญในคอนเสิร์ต รวมวงธงไชย เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ซึ่งสร้างความเซอร์ไพรส์ให้กับหลายคนอย่างมาก และล่าสุดการที่คุณเบิร์ดมาร่วมร้องเพลงประกอบละครเรื่องเพลิงนรีนั้นก็กลายเป็นกระแสที่คนพูดถึงกันมาก

ภาพจากการซ้อมคอนเสิร์ต รวมวงธงไชย ของคุณเบิร์ด และ ใหม่

ซึ่งเพลงที่คุณเบิร์ดร้องนั้นมีชื่อว่า ปิดบัง เป็นเพลงที่เกี่ยวกับการปิดบังความรู้สึกจากคนที่เรารัก ซึ่งคล้ายกับธีมของละครที่ พระเอกและนางเอกต่างก็มีความลับต่อกัน และถึงแม้ว่าเพลงนี้จะเป็นเพลงประกอบละคร แต่คุณเบิร์ดก็ได้ถ่ายทอดซิงเกิ้ลนี้ด้วยเสียงอันอบอุ่นจนทำให้หลายๆคนชื่นชอบเพลงนี้

เรียกได้ว่าละครเรื่องเพลิงนรี นั้นนอกจากจะมีเนื้อหาที่สนุกแล้ว เพลงประกอบละครเรื่องนี้ก็มีความไพเราะอย่างมาก แสดงให้เห็นว่าเดี๋ยวนี้คนทำละครนั้นให้ความสำคัญกับการทำเพลงประกอบกันมากขึ้นจริงๆ

“ฟักกลิ้ง ฮีโร่” เล่าถึงความประทับใจที่มีต่อรุ่นพี่ โจอี้ บอย!

มีคำสอนของพี่โจ้ในวันเกิดแกปีหนึ่งที่ผมจำได้ขึ้นใจ เฮียแบงค์ถามว่าวันเกิดแกปีนี้แกอยากได้อะไร แกตอบว่าจนถึงวันนี้แกไม่ได้รู้สึกขวนขวายอยากได้อะไรอีกแล้ว ของที่อยากได้บนโลกนี้มันมีอยู่สองอย่างคือ มีไว้ใช้กับมีไว้โชว์ ถ้าของที่มีไว้ใช้แกมีเท่าที่มีครบหมดแล้ว

ผมมักจะได้เห็นพี่โจ้ใช้ของเท่าที่แกต้องใช้ แกไปไหนมาไหนด้วยรถกระบะ ด้วยเหตุผลเพราะมันสามารถบรรทุกจักรยานไปด้วยได้ แกมักจะชอบพาไปนั่งกินก๋วยเตี๋ยวหรือของอร่อยริมทาง ด้วยเหตุผลเพราะเจ้านี้มันอร่อย ในขณะเดียวกันวันที่แกอยากขับมอเตอร์ไซค์ดีๆซักคัน เฮียก็ไม่รีรอที่จะซื้อมัน หรือวันที่จะต้องพาพวกเราไปกินโต๊ะจีนแกก็ไม่อิดออด ด้วยเหตุเพราะแกอยากขับรถดีๆหรือกินของอร่อยเพื่อความสุข ไม่ใช่เพราะราคา ความหรูหราหรือแบรนด์

คำสอนที่อาจารย์ของผมสอนให้เห็นชัดที่สุดคือความสุขบนความพอดี ทั้งในเรื่องการใช้ชีวิตและการทำงาน ไม่ใช่ตระหนี่จนเครียด และไม่ฟุ้งเฟ้อจนลำบาก ทุกอย่างของแกคือตรงกลางบนเส้นแห่งความสุขใจและไม่ทำให้ใครเดือดร้อน

และทุกสิ่งนั้น แกทำให้ผมดูเป็นตัวอย่าง ไม่ใช่การพร่ำสอนเลย

รวมสาวเอวเล็ก ไซส์ s เผ็ดแซ่บเวอร์!

รวมสาวเอวเล็ก ไซส์ s เผ็ดแซ่บเวอร์!

รวมสาวเอวเล็ก ไซส์ s เผ็ดแซ่บเวอร์!

สวยไซส์เอส ตัวเล็กน่ารัก 5 ดาราสาวหุ่นมินิ เอวเล็กน่ามอง

ในวงการบันเทิงบ้านเราเรื่องความสวยแซ่บหุ่นเป๊ะคงจะเห็นได้ทั่วไป แต่ถ้าหุ่นไซส์ s แล้วยังเป๊ะเนี่ยสิคะ ไม่ธรรมดา แค่เห็นโพสท่าก็เอาหนุ่มๆ ใจละลาย หวั่นไหวกับความเริ่ดของแต่ละนาง

วันนี้จะพาสาวๆ ไปดูกันสิว่า 5 สาวเอวเล็ก ไซส์ s เผ็ดแซ่บเวอร์ จะมีสาวคนไหน ส่วนสูงเท่าไหร่บ้าง ตามมาเช็คกันเลย

เบเบ้ ธันย์ชนก ฤทธินาคา ส่วนสูง 156 เซนติเมตร

กิ๊บซี่ วนิดา เติมธนาภรณ์ ส่วนสูง 158 เซนติเมตร

ใบเตย อาร์สยาม ส่วนสูง 157 เซนติเมตร

ออม สุชาร์ มานะยิ่ง ส่วนสูง 154 เซนติเมตร

เต้ย จรินทร์พร จุนเกียรติ ส่วนสูง 157 เซนติเมตร

Dr.Mike คุณหมอที่เซ็กซี่ที่สุดในโลก ใครอยากป่วยบ้างพูด!

Dr.Mike คุณหมอที่เซ็กซี่ที่สุดในโลก ใครอยากป่วยบ้างพูด!

Dr.Mike คุณหมอที่เซ็กซี่ที่สุดในโลก ใครอยากป่วยบ้างพูด!

เรียกว่าคนไข้สาวๆ ใจคอไม่ดีเลยทีเดียวเพราะ “หมอไมค์” หรือที่รู้จักกันในนาม “Dr.Mike” หนุ่มหล่อฉายา “คุณหมอที่เซ็กซี่ที่สุดในโลก” ที่ได้รับรางวัล sexiest Doctor Alive จากนิตยสาร People ทำเอาคนไข้แบบเราอยากป่วยแบบกะทันหัน

ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย อยากรักษาตัวที่โรงพยาบาลขึ้นมาทันที ยิ่งถ้าเจอคุณหมอแบบ “หมอไมค์” เข้าไป บอกเลยอยากแอดมิทยาวๆ ค่ะ คุณหมอหนุ่มจะทำคนไข้สาวอย่างเราระทวยขนาดไหน ตามมารู้จักคุณหมอกันเลยค่ะ

“Dr.Mike” หรือชื่อจริงว่า “Mikhail Varshavski” เป็นคุณหมอหนุ่มวัย 26 ปี จบการศึกษาวิทยาลัยการแพทย์ของสถาบันเทคโนโลยีแห่งนิวยอร์ค เชี่ยวชาญด้านกระดูกและกล้ามเนื้อ

คุณหมอไมค์เป็นที่รู้จักในโลกโซเชียลตั้งแต่เดือนกันยายนปีที่แล้ว ปัจจุบันมียอดฟอลโลเวอร์ในอินสตาแกรมถึง 2 ล้านคน

คุณหมอไม่ได้หล่อเพียงหน้าตา เมื่อมีชื่อเสียงแล้วคุณหมอจึงถือโอกาสทำโปรเจคท์การกุศลต่างๆ ช่วยเผยแพร่ขอมูลด้านสุขภาพที่ถูกต้อง และยังช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้เด็กๆ อยากเป็นหมออีกด้วย เรียกได้ว่าทั้งหล่อ ทั้งเก่ง ทั้งแสนดี งานนี้เอาใจสาวๆ ไปเลยค่ะ

ลูกจ้างรสก.เฮ ! จ่อเพิ่มสิทธิรักษาพยาบาล ช่วยเหลือบุตร เท่า ขรก.

ลูกจ้างรสก.เฮ ! จ่อเพิ่มสิทธิรักษาพยาบาล ช่วยเหลือบุตร เท่า ขรก.

ลูกจ้างรสก.เฮ ! จ่อเพิ่มสิทธิรักษาพยาบาล ช่วยเหลือบุตร เท่า ขรก.

ก.แรงงาน จ่อชงเพิ่มสิทธิลูกจ้างรัฐวิสาหกิจค่ารักษาพยาบาลและค่าช่วยเหลือบุตร

นายธีรพล ขุนเมือง ผู้ตรวจราชการกระทรวงแรงงานในฐานะโฆษกกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า รัฐบาลมีความห่วงใยพนักงานรัฐวิสาหกิจในช่วงระหว่างที่จะมีการปรับโครงสร้างรัฐวิสาหกิจ 12 แห่ง ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ทั้งนี้ เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้ดียิ่งขึ้น จึงจะปรับปรุงสิทธิ ด้านสวัสดิการของพนักงานให้สูงขึ้นเป็นการทดแทนไปก่อน

โดยคณะกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ ได้มีการประชุมหารือเตรียมเสนอปรับหลักเกณฑ์การจ่ายค่ารักษาพยาบาลกรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย และหลักเกณฑ์การจ่ายค่าช่วยเหลือบุตร และค่าช่วยเหลือการศึกษาของบุตร ให้กับลูกจ้างในรัฐวิสาหกิจโดยให้มีหลักเกณฑ์และอัตราการจ่ายเช่นเดียวกับข้าราชการ ไม่ว่าจะเป็นการกำหนดนิยามคำว่า “การรักษาพยาบาล” “ค่ารักษาพยาบาล” ตลอดจนปรับปรุงหลักเกณฑ์การเบิกค่ารักษาพยาบาล ค่าใช้จ่ายเพื่อการตรวจสุขภาพ การเสริมสร้างสุขภาพและป้องกันโรคให้สอดคล้องและเป็นไปเช่นเดียวกับพระราชกฤษฎีกาเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล พ.ศ. 2553 ที่เป็นของข้าราชการ

นายธีรพลฯ กล่าวต่อไปว่า นอกจากปรับปรุงหลักเกณฑ์และอัตราการจ่ายค่ารักษาพยาบาลแล้ว ยังได้เพิ่มเติมนิยามและหลักเกณฑ์การจ่ายกรณีป่วยฉุกเฉินวิกฤตตามพระราชบัญญัติการแพทย์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2551 ให้สามารถรับบริการเจ็บป่วยฉุกเฉินที่ใดก็ได้ รวมทั้งสถานพยาบาลเอกชนนอกระบบของตน โดยไม่ต้องสำรองค่าใช้จ่ายล่วงหน้าตามนโยบายรัฐบาล รวมถึงการขยายสิทธิและอัตราการจ่ายค่าช่วยเหลือการศึกษาของบุตร ให้จนถึงระดับปริญญาตรี เช่นเดียวกับเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาของบุตรข้าราชการด้วย

ครม.เห็นชอบกรอบรถไฟไทย-จีน

ครม.เห็นชอบกรอบรถไฟไทย-จีน

ครม.เห็นชอบกรอบรถไฟไทย-จีน

ที่ประชุม ครม. เห็นชอบ กรอบความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทย-จีน ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางรถไฟ โครงการรถไฟความเร็วสูง

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรี ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีในวันนี้ ว่า ที่ประชุมเห็นชอบ กรอบความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทย – จีน ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางรถไฟ โครงการรถไฟความเร็วสูงไทย – จีน ซึ่งได้เข้าที่ประชุม ครม. มาแล้วหลายครั้ง ซึ่งเป็นกรอบความร่วมมือรถไฟทางคู่ สายหนองคาย-มาบตาพุด และแก่งคอย – กรุงเทพ ฯ ซึ่งกรอบการพัฒนาล่าสุดนั้น ได้ข้อสรุปว่า โครงการดังกล่าวนั้นไทยจะลงทุนก่อสร้างเองทั้งหมด โดยในช่วงแรกจะเป็นเส้นกรุงเทพ ฯ – นครราชสีมา และขยายต่อในอนาคต โดยจะมีการลงนามกรอบความร่วมมือกับรัฐบาลจีนในวันที่ 23-24 สิงหาคมนี้

ในส่วนของแหล่งเงินทุนนั้น จะมาจากหลายแหล่ง ทั้งจากงบประมาณของฝ่ายไทย เงินกู้ในประเทศ และเงินกู้อื่น ๆ เช่น จากธนาคารส่งออกนำเข้าของจีน ซึ่งคาดว่าจะเป็นอัตราดอกเบี้ยที่ดีกว่าประเทศอื่น ๆ สำหรับกรอบความร่วมมือ จะมีส่วนที่เกี่ยวข้อง เช่น การพัฒนาบุคลากร การถ่ายถอดความรู้ พัฒนา ฝึกอบรม โดยมหาวิทยาลัยการขนส่งปักกิ่ง จะมาถ่ายทอดความรู้ต่าง ๆ จะเป็นผู้ให้คำแนะนำใกล้ชิดในช่วง 3 ปี แรก

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้เร่งดำเนินการให้ได้ภายในปลายปีนี้ ซึ่งในการสสร้างรถไฟความเร็วสูงในครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกของประเทศไทย และเป็นตัวที่เปิดเมืองต่าง ๆ ทำให้เกิดความเชื่อมโยงต่าง ๆ กับกรุงเทพ ฯ และไปสู่สายอื่น ๆ

Pokemon Go : GPS signal not found สัญญาณหาย แก้ง่ายๆ แค่ปลายนิ้ว

Pokemon Go : GPS signal not found สัญญาณหาย แก้ง่ายๆ แค่ปลายนิ้ว

Pokemon Go : GPS signal not found สัญญาณหาย แก้ง่ายๆ แค่ปลายนิ้ว

   ผู้เล่น Pokemon Go หลายคนคงเคยประสบปัญหา “GPS signal not found” หรือหาสัญญาณ GPS ไม่เจอกันแบบดื้อๆ มาแล้ว อาการแบบนี้ทำให้เราไม่สามารถเดินไปไหนในเกมได้ และไม่มีโปเกมอนโผล่มาทักทายเรา เหมือนเวลาในโลกนี้หยุดนิ่งยังไงยังงั้น ใครที่ต้องเจอปัญหานี้กวนใจบ่อยๆ ก็ไม่ต้องตกใจไปครับ เรามีวิธีแก้ไขเบื้องต้นมาฝากกัน ง่ายๆ เพียงไม่กี่ขั้นตอน เราไปชมวิธีกันเลยครับ


GPS signal not found ไม่มีตัวอะไรโผล่มาสักตัว แถมมาอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้

1. ลองตั้งค่า GPS แบบความแม่นยำสูง

   ระบบ GPS ซึ่งใช้การระบุตำแหน่งด้วยดาวเทียมมักจะมีปัญหาเมื่อเราอยู่ภายในอาคาร หากเราตั้งค่าให้มือถือของเราระบุตำแหน่งจาก GPS อย่างเดียวอาจจะทำให้เกิดปัญหา GPS signal not found ได้ ให้เราเข้าไปตั้งค่าการระบุตำแหน่งใหม่ โดยให้ตั้งเป็นโหมดแม่นยำสูง ซึ่งจะทำให้มือถือของเราระบุตำแหน่งโดยใช้ทั้ง GPS, Wi-Fi และเครือข่ายมือถือพร้อมๆ กัน ทำให้ระบุตำแหน่งได้ดียิ่งขึ้น สำหรับวิธีการเปิดโหมดความแม่นยำสูง ทำได้ดังนี้

   ก่อนอื่นให้เราเข้าไปที่การตั้งค่า เลื่อนดูตรงหมวด “ส่วนตัว” แล้วแตะที่ “ตำแหน่ง” ในส่วนนี้มือถือแต่ละรุ่นอาจจะมีหน้าเมนูที่แตกต่างกันออกไป แต่หลักๆ คือจะอยู่ในส่วนความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยครับ

   เมื่อกดเข้าไปแล้ว หาก “ตำแหน่ง” ของเรายังไม่ได้เปิดก็เปิดเสียก่อน แต่ปกติแล้วเมื่อเราเข้าเกม Pokemon Go โดยไม่เปิดการระบุตำแหน่งตัวเกมจะแจ้งเตือนอยู่แล้ว จากนั้นเข้าไปที่ “โหมด”

เลือก “ความแม่นยำสูง” เป็นอันเสร็จสิ้น

 2. หากยังแก้ไม่ได้ ให้เปิด Wi-Fi

หากลองวิธีแรกแล้วยังไม่หาย ให้ลองเปิด Wi-Fi ทิ้งไว้โดยไม่จำเป็นต้องเชื่อมต่อดูครับ

สำหรับ Android : ดึงแผงเมนูลัดลง กดที่สัญลักษณ์ Wi-Fi จากนั้นปัดหน้าเมนูลัดกลับขึ้นไปเหมือนเดิม

สำหรับ iOS : ให้ลากนิ้วขึ้นจากขอบจอด้านล่างเพื่อเปิด Command Center กดที่เครื่องหมาย Wi-Fi

เพียงเท่านี้ปัญหา GPS signal not found ก็หายไปแล้ว

สาเหตุที่การเปิด Wi-Fi สามารถแก้ปัญหา GPS Signal not found ได้นั้น มาจากการทำ Wi-Fi positioning ที่บริการ Location Service จะทำการสแกนหา MAC address ของ Wi-Fi hotspot ซึ่งจะมีข้อมูลพิกัดของมือถือที่เชื่อมต่ออยู่ทำให้สามารถระบุตำแหน่งได้นั่นเอง อย่างไรก็ดีเนื่องจากความแม่นยำของ Wifi posionting อยู่ที่จำนวนข้อมูลมือถือที่เชื่อมต่ออยู่ด้วยทำให้บางครั้งการเปิด Wi-Fi ก็อาจจะไม่ช่วยได้เสมอไปเช่นกัน แต่จากการทดสอบแล้วส่วนใหญ่ใช้ได้ผลดีครับ โดยเฉพาะในพื้นที่ในเมืองที่มีคนพลุกพล่าน

หวังว่าเทรนเนอร์ทุกคนจะไม่มีปัญหา GPS signal not found มากวนใจอีกต่อไปนะครับ แล้วพบกันที่ Pokestop ครับ

รู้ไหม? มี 13 สิ่งที่ ซัมซุง Galaxy Note7 ทำได้ แต่ iPhone ทำไม่ได้

รู้ไหม? มี 13 สิ่งที่ Samsung Galaxy Note7 ทำได้ แต่ iPhone ทำไม่ได้

รู้ไหม? มี 13 สิ่งที่ ซัมซุง Galaxy Note7 ทำได้ แต่ iPhone ทำไม่ได้

   ตอนนี้น่าจะนับได้ว่า ซัมซุง Galaxy Note7 ที่เพิ่งจะเปิดตัวมาเมื่อไม่กี่วันนี้ จะเป็นโทรศัพท์รุ่นที่ดีที่สุดเท่าที่ ซัมซุง เคยมีมา และหลังจากที่ได้เห็นกันแล้ว ก็มีการนำมาเปรียบเทียบกับ iPhone และพบว่ามีคุณสมบัติอยู่ 13 สิ่งใน Note 7 ที่ iPhone ยังไม่มี คุณสมบัติที่ว่านั้นคือ


1. มีระบบการสแกนม่านตา เพื่อปลดล็อคโทรศัพท์ รองรับระบบ IRIS การสแกนม่านตา สามารถใช้ป้องกันข้อมูลที่คุณไม่ต้องการให้ผู้อื่นดูผ่าน Folder ลับรวมถึงการเพิ่ม Account ทั้ง LINE และ Facebook หรือจะเป็น Apps อื่น ๆ ที่รองรับในอนาคต

2. จอภาพของ Note 7 มีขนาดใหญ่กว่า iPhone 6s Plus แต่ตัวเครื่องกลับมีขนาดเล็กกว่า ทำให้สามารถถือ หรือพกพาใส่กระเป๋าได้ง่ายกว่า

3. มี S Pen ทำให้ผู้ใช้สามารถวาดรูป หรือเขียนลายเส้นลงบนหน้าจอได้ ปากกา S Pen ที่มีหัวขนาด 0.7 มิลลิเมตรทำให้เขียนได้ลื่นคล่องตัว และมีฟีเจอร์รองรับทั้งการผสมสีได้เช่นกัน

4. กันน้ำได้ ในระดับความลึก 2-3 ฟุต ได้นานถึง 30 นาที  และยังสามารถใช้ S Pen ในขณะที่อยู่ใต้น้ำได้ด้วย

5. ชาร์จแบตตารี่ได้โดยไม่ต้องใช้สาย และใช้ได้กับที่ชาร์จรุ่นมาตรฐานทุกรุ่น

6. สามารถเร่งความเร็วในการชาร์จแบตตารี่ได้ ทั้งแบบใช้สายเสียบปลั๊ก และเครื่องชาร์จไร้สาย

7. ด้านหลังของตัวเครื่อง มีเซนเซอร์ ที่สามารถตรวจวัดอัตราการเต้นของหัวใจ

8. สามารถทำโฟล์เดอร์ส่วนตัว เพื่อความปลอดภัย และในโฟล์เดอร์นี้ก็เก็บได้ทั้งรูปภาพ และไฟล์เอกสาร แยกตามเวอร์ชั่นของแอพที่ใช้ โดยในการเปิดโฟล์เดอร์นั้น สามารถใช้ได้ทั้งการสแกนม่านตา และการใส่รหัส

9. สามารถสร้าง GIF จากวีดีโอคลิปได้ง่าย

10. มีแจ็คสำหรับเสียบหูฟัง ซึ่ง iPhone 7 ที่กำลังจะเปิดตัวในเดือนหน้านั้น ไม่มี

11. มีความสามารถในการรองรับระบบเสมือนจริง หรือ VR โดยได้เป็นพันธมิตรกับ Oculus ทำให้ผู้ใช้ สามารถเข้าถึงเนื้อหาในรูปแบบเสมือนจริงได้ โดยจะต้องมี Gear VR headset ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่ต้องซื้อเพิ่มในราคา 99 ดอลล่าร์สหรัฐ

12. มี SD การ์ด ที่มีความจุมากถึง 256 GB ซึ่งมีข่าวว่า  Sumsung จะแจกให้ฟรี เมื่อซื้อ Note 7 แต่มีการจำกัดระยะเวลา

13. Note 7 มีกล้องที่ดีที่สุด เท่าที่เคยมาการนำมาใช้กับสมาร์ทโฟน ทำให้ถ่ายภาพได้ในคุณภาพที่ดีกว่า iPhone