นุ่น ,ต๊อด, หลบร้อน,สวีทญี่ปุ่น,เบาๆ

นุ่น ต๊อด หลบร้อนสวีทญี่ปุ่นเบาๆ

นุ่น ต๊อด หลบร้อนสวีทญี่ปุ่นเบาๆ

สำหรับนางเอกหน้าหวาน นุ่น วรนุช กับสามีหนุ่มไฮโซ ต๊อด ปิติ ที่แต่งงานกันมากว่า 6 ปี แต่ยังไร้วี่แวว ว่าจะมีทายาท เพราะยังสนุกกับการทำงานกันทั้งคู่ แต่ส่องดีกรีความหวานของคู่นี้ก็ยังดีไม่มีแผ่ว เสมอต้นเสมอปลาย ไม่มีรักร้าวอย่างที่มีข่าวเม้าท์ออกมาก่อนหน้านี้แน่นอน

ซึ่งล่าสุดนุ่น ต๊อด แพคกระเป๋า ควงกันไปกระชับรักเบาๆ ที่ประเทศญี่ปุ่น ถึงจะไปไม่กี่วัน แต่ก็ทำเอาแฟนคลับยิ้มตามกับความน่ารัก มุ้งมิ้งของคู่นี้เหลือเกิน เพราะนานๆ จะลงรูปคู่กันที

บรรยากาศดีแบบนี้ ขอให้มีข่าวดีกลับมาด้วยนะจ๊ะนุ่น ต๊อด แฟนๆ รอแสดงความยินดีค่ะ

ส่อง!!,วาววา , อินดี้, สถานะแค่เพื่อน, แต่พฤติกรรมหวานมาก

ส่อง!! วาววา - อินดี้ สถานะแค่เพื่อน แต่พฤติกรรมหวานมาก

ส่อง!! วาววา – อินดี้ สถานะแค่เพื่อน แต่พฤติกรรมหวานมาก

ทำเอาคนในงานบวงสรวงฟินกันทั้งงาน สำหรับคู่พระนางจากละคร “ลูบคมกามเทพ” อย่าง “วาววา ณิชารีย์” และ “อินดี้ อินทัช” เพราะนอกจากทั้งคู่จะแอบมีโมเม้นท์ชวนให้น่าสงสัยด้วยการเดินกุมมือ จับมือ แถมยังจ้องตาแทบจะตลอดทั้งงานแล้วนั้น ล่าสุดเมื่อวันคล้ายวันเกิดของหนุ่มอินดี้ที่ผ่านมา สาววาววาก็ยังแอบทำเซอร์ไพรส์น่ารักๆ ด้วยการซื้อลูกโป่งมามอบให้เป็นของขวัญถึงกลางกองถ่ายละครอีกด้วย!!

ซึ่งพอผู้สื่อข่าวจ่อไมค์ถามว่า ณ ตอนนี้กำลังคุยกันในสถานะอะไร ทั้งคู่ก็ตอบเป็นเสียงเดียวกันทันทีเลยว่า เป็นแค่เพื่อนที่สนิทที่สุดเฉยๆ…

ถามถึงวันเกิดอินดี้ที่ผ่านมา เหมือนว่าวาววาจะมีของไปเซอร์ไพรส์ ?
วาววา – “อ๋อ ไม่มีอะไรเลยค่ะ พอดีว่าวันนั้นเราไปถ่ายกันที่ห้าง และพี่หน่องเขาก็มาเซอร์ไพรส์แล้วด้วยก่อนหน้า แต่เผอิญวาววาเดินผ่านร้านลูกโป่งพอดี ก็เลยซื้อและเอาไปให้เฉยๆ ไม่ได้มีการเตรียมการไว้ก่อนหน้าเลย”

เป็นของขวัญชิ้นแรกของปีนี้เลยไหม ?
อินดี้ – “ใช่ครับ เพราะปกติแล้วผมจะไม่จัดงานวันเกิด แต่จะมีของขวัญจากพ่อกับแม่ รวมถึงลุงๆ ป้าๆ ที่ท่านนำมามอบให้แค่นั้นเอง”

เหมือนช่วงนี้เราสองคนเองก็จะดูสนิทสนมกันมากด้วย ?
วาววา – “ปกตินะคะ มีปรึกษาเรื่องละครกันบ้างเพราะเขาเพิ่งจะเล่นเรื่องแรกๆ อีกอย่างเวลาเข้าฉากก็เคมีเข้ากันดีด้วย พูดกันรับส่งกันสนุกดี”

แต่หลายคนสังเกตุว่าเราแทคแคร์กันมากกว่าเพื่อน ?
อินดี้ – “เราค่อนข้างอินคาแรคเตอร์ไปนิดหนึ่ง แถมยังเจอกันทุกวันด้วย เพราะผมไม่ค่อยได้เจอนางเอกคนอื่นเลย เจอแต่เขาแค่คนเดียว”

สถานะตอนนี้ใช้คำว่าอะไรดี ?
วาววา – “เพื่อน (ยิ้ม)”

แต่ว่าตั้งแต่ตอนบวงสรวง ก็แอบเห็นอินดี้เดินจับมือเราแทบจะตลอดเวลาเลย ?
วาววา – “ไม่ค่ะ วันนี้หนูลืมเอาคอนแทคเลนส์มา แถมสายตาสั้น 400 กว่า เอียงอีก 200 กว่าค่ะ”

อินดี้ – “เขาลืมเอาคอนแทคเลนส์มาก็เลยต้องดูแลเขาหน่อย แต่พอไปๆ มาๆ เขาก็เช็ดเหงื่อให้ผมนะ (ยิ้ม)”

วาววา – “เขายังไม่ได้ถามเลย (หัวเราะ)”

จริงๆ คู่เราจะมีโอกาสพัฒนาไปมากกว่านี้ได้ไหม ?
วาววา – “ไม่มีค่ะ”

อินดี้ – “เอ่อ…ตอนนี้ผมกับวาววาก็โอเคกับที่เป็นอยู่นะครับ เวลามีเรื่องไม่สบานใจก็ได้ปรึกษาได้ถามไถ่กัน สามารถใช้คำว่าสนิทที่สุดได้ไหม ก็ได้นะครับ เพราะผมทำงานกับเขาเกือบจะทุกวันเลย”

ถือว่าศึกษาดูใจไปพร้อมๆ กันเลยได้ไหม ?
อินดี้ – “เอ่อ…ผมก็ไม่ได้คิดถึงส่วนนั้นนะ เพราะเราต่างก็ยังอยากทำงานให้ออกมาดีที่สุดก่อน”

สำหรับเราสองคนตอนนี้ยังโสดอยู่ไหม ?
วาววา – “อินดี้ไม่โสดค่ะ (ยิ้ม)

อินดี้ – รู้ได้ยังไง หืม…อยู่ด้วยกันทั้งวันรู้ได้ยังไง (ยิ้ม) ส่วนตัวผมตอนนี้ยังโสดครับ แต่ว่าวาววาผมไม่รู้”

วาววา – “ไม่โสดค่ะ มีคนที่คุยอยู่ค่ะ”

แสดงว่า ณ ตอนนี้โอกาสพัฒนายังไม่มีไปมากกว่านี้แน่นอน ?
อินดี้ – “ยังไม่มีมากกว่านี้ครับ เพราะผมยังสบายใจที่จะคุยกับเขาในแบบนี้ ได้ปรึกษาได้พูดคุยกันบ้าง เพราะเรามีนิสัยคล้ายกัน”

กลัวคนจะมองว่าเป็นการโปรโมทละครไหม ?
วาววา – “มองว่าเป็นการโปรโมทก็ไม่เป็นไร ยังไงฝากละครด้วยนะคะ”

จ้ำม่ำ,น่ารัก, “น้องดีจ้า”, ลูกชายเขตต์ ฐานทัพ,

จ้ำม่ำน่ารัก "น้องดีจ้า" ลูกชายเขตต์ ฐานทัพ

จ้ำม่ำน่ารัก “น้องดีจ้า” ลูกชายเขตต์ ฐานทัพ

สำหรับคุณพ่อหน้าเด็ก เขตต์ ฐานทัพ และภรรยาสาวหมวย แนท เปรมิการ์ ที่เพิ่งจะได้อุ้มลูกชายคนแรก “น้องดีจ้า” ไปเมื่อปลายปีที่แล้ว เรียกว่าเป็นพ่อแม่มือใหม่ป้ายแดง ที่กำลังเห่อลูกไม่เบา

ส่วนเขตต์ ก็เป็นคุณพ่อที่เลี้ยงลูกเก่งเลยทีเดียว และสงสัยว่าจะเลี้ยงลูกดีไปหน่อย เพราะอัพเดทความน่ารักของน้องดีจ้า ที่อายุเพิ่งจะครบ 4 เดือน ไปเมื่อไม่กี่วันนี้เอง แต่ตัวอ้วนจ้ำม่ำ แก้มยุ้ย น่ารักน่าฟัดมากๆ และดูเป็นเด็กอารมณ์ดีด้วย

แฟนคลับตามกดไลค์แทบไม่ทัน กับความน่ารักอบอุ่นของครอบครัวนี้ ที่มีน้องดีจ้ามาเติมเต็ม

โตโน่,หยุดคนมโน,ร้องเพลงให้แฟนเก่า,ไม่ได้หมายถึงใคร

โตโน่ หยุดคนมโน! ร้องเพลงให้แฟนเก่าไม่ได้หมายถึงใคร

โตโน่ หยุดคนมโน! ร้องเพลงให้แฟนเก่าไม่ได้หมายถึงใคร

กลายเป็นประเด็นขึ้นมาทันที หลังจากที่นักร้องหนุ่ม “โตโน่ ภาคิน” ขึ้นร้องเพลง เพิ่งรู้หัวใจตัวเอง บนเวทีเดอะสตาร์12 แล้วบอกว่า ‘เพลงนี้ มอบให้แฟนเก่า’ หลายคนจึงโยงไปว่าเป็นอดีตคนรัก “แตงโม ภัทรธิดา” หรือเปล่า เพราะต่อมาเพียงไม่นาน แตงโมก็ได้อัพไอจีส่วนตัวที่ระบุว่า ‘ขอบคุณนะคับพี่ รับแซ่บแล้ว ยิ้มๆ พักผ่อน กู๊ดไนท์ ส่วนลึกที่สุดของใจ จะไม่มีใครเดินกลับหลัง แต่เราจะเดินไปข้างหน้าพร้อมกัน ในสถานะ ที่มีแค่เราสองคนเท่านั้น “พอใจจะเป็น” ความรัก ความอบอุ่น กำลังใจ ความห่วงใย รู้ใจ เข้าใจ ซึ่ง…..”มันไม่มีชื่อเรียก” #loveswin’

ล่าสุด พอมีโอกาสได้เจอ โตโน่ ภาคิน จึงไม่พลาดที่จะสอบถามข้อเท็จจริง โดยเจ้าตัวได้เผยว่า ไม่ได้บอกว่าร้องเพลงให้แฟนเก่าตัวเอง แต่ร้องเพลงให้แฟนเก่าทุกคน พร้อมบอกหากคิดว่าตนร้องให้แฟนเก่า ก็ไม่ได้เจาะจง เพราะแฟนเก่ามีหลายคน ไม่ได้มีแค่คนเดียว

ถามถึงเรื่องร้องเพลงให้แฟนเก่า?
“บอกว่าให้แฟนเก่าทุกๆ คน แต่ด้วยความเป็นธรรมชาติ ถ้าเราลงข่าวแบบนั้น มันก็ไม่มีอะไรตื่นเต้น ก็ต้องมีบ้างที่จะลงข่าวว่าผมมอบให้แฟนเก่าของผม คนดูตั้งหลายคน และแฟนเก่าผมก็มีตั้งกี่คน แฟนเก่าผมมีตั้งหลายคน ถ้าจะโยงอย่าโยงมั่ว”

แต่แฟนเก่าคนล่าสุดบอกว่ารับทราบแล้วขอบคุณนะ?
“เหรอครับ ผมก็ไม่ได้รู้สึกอะไร เพราะแฟนเก่าผมอีกคนก็มาเม้นต์ เพราะผมไม่ได้เจาะจงใครเป็นพิเศษ เราโตกันหมดแล้ว เรารู้ว่าการเล่นคอนเสิร์ตเราต้องอินไปกับคนดู อย่าเอามาเป็นประเด็นเลยครับ”

เรามีข่าวกับแพทเยอะ เกรงใจคนที่แพทคุยอยู่ไหม?
“ผมให้เกียรติคนทุกคน แต่ผมคิดว่าการวางตัวของผมและแพทคนที่โตแล้วทุกคนเข้าใจได้นะ ถามว่ารู้ไหมว่าแพทมีคนคุยอยู่ ผมว่าคนเราโตแล้วแน่นอนต้องมีคนมาคุยมาจีบ แต่ถ้าจะมาหึงมาหวงผมบอกเลยว่าไม่ต้องห่วง ถ้าผมจีบผมก็บอกว่าจีบแต่นี่ยังครับ”

ล่าสุดโพสต์รูปในไอจีคู่แพท แคปชั่นหวาน?
“เราไปถ่ายรายการตีสิบ แล้วผมอยากให้ทุกคนเห็นว่าผมบริสุทธิ์ใจ ไม่ได้มีอะไรที่เราจะพูดถึงกันไม่ได้ ในแคปชั่นผมก็บอกว่าเราเป็นเพื่อนที่ดี ทุกอย่างยังเป็นเหมือนเดิม อย่างที่ผมเคยบอกว่าในเรื่องของหัวใจเรื่องของความรัก ผมขอพักก่อนแต่แพทก็เป็นอีกกำลังใจหนึ่งของผม ความหวังดีที่เรามีให้กัน ความปรารถนาดี ผมคิดว่าเป็นสิ่งที่เราควรเก็บไว้”

หลายคนลุ้นที่จะให้เป็นแฟนกันเลย?
“มันเป็นไปไม่ได้หรอก อย่างในรายการผมเพิ่งมาทราบว่าเขาไปหัดเล่นกีตาร์โปร่งจนมือด้านเพื่อที่จะได้ร้องเพลงที่อยากจะร้องกับเรา เราก็เลยรู้สึกว่าเราขอบคุณมาก ทุกๆ อย่างรวมทั้งการกระทำ แพทจริงใจกับตัวเองมากๆ และจริงใจกับเรามากๆ ถ้าเป็นคนอื่นอาจจะดูฟอร์ม วางฟอร์มฉันก็ดัง แต่กับแพท ผมยอมรับในน้ำใจที่เขามีให้ผม”

ได้เห็นที่แพทโพสต์บ้างไหม?
“อ่านครับ ก็รู้สึกดี ผมว่าผมกับแพทเข้าใจกันนะว่าเราอยากจะขอบคุณหลายๆ คนที่รักเรา ชีวิตผมมันก็ล้มลุกคลุกคลาน ตัวแพทเองก็ไม่ใช่ว่าไม่เคยเจอปัญหา วันนึงเรามีคนมารักเราทั้งสองคนมากขนาดนี้ มันก็เป็นเรื่องดีเป็นเรื่องที่ชื่นใจ เราก็ลงรูปใครอยากให้แฟนๆ มีความสุข ส่วนตัวเราเองจะลงรูปหรือไม่ลงรูปเราก็มีความปรารถนาดีให้กันอยู่แล้ว เราโตกันแล้วมีอะไรคุยกันได้หมดแล้วก็บริสุทธ์ใจทั้งสองคน”

เรียกว่าโอกาสพัฒนาเป็นศูนย์เลยเหรอ?
“ในเรื่องของอนาคตมันไม่มีใครรู้ได้ มันยังตอบไม่ได้ ผมตอบได้แค่ว่าตอนนี้งานผมหนักมาก เรื่องความรักเลยไม่ต้องการจะมากำหนดว่าต้องมีหรือไม่มีถ้ามันจะเจอหรือถ้ามันจะรักหรือถ้าวันหนึ่งเปลี่ยนสถานะ ผมบอกแต่ว่าตอนนี้มันยังไม่ใช่”

คนแซวว่ารูปหวานเหมือนเป็นแฟนกันเลย?
“คนแซวเขารัก เขาก็มีความสุขที่เขาได้เห็นภาพเพราะเขารอมานาน เป็นรูปแรกที่ลงแล้วมีหลายกระแสข่าวเข้ามามาก ว่างานจ้างเรายากมาก ค่าตัวสูงมาก ผมก็เลยรู้สึกว่างั้นผมตอบรับไปรายการตีสิบ ผมไปให้ไม่เอาค่าตัวเลย เพราะว่าผมบริสุทธิ์ใจ เราทำงานด้วยกันก็ไม่เห็นจะแปลกที่จะลงภาพคู่ด้วยกัน และที่สำคัญเราไม่ได้เป็นศัตรู เราเป็นมิตร และเป็นมิตรแท้ด้วย ก็เลยไม่ได้รู้สึกว่าต้องห่วงอะไร คอมเม้นต์ก็มีแต่คอมเม้นต์ดีๆ อาจจะกดดันหน่อยที่คนรักเราเยอะมาก หมายถึงคนอยากให้เราเป็นแฟนกัน แบบนี้ผมก็เป็นห่วงว่าถ้าวันหนึ่งแพทมีแฟนหรือ ผมมีแฟน เราจะไม่เละเหรอ อยากจะถามทุกคนกลับไปเหมือนกันว่า จะยังรักเราสองคนอยู่ไหม ถ้าเราไม่ได้เป็นแฟนกัน นี่คือคำถามในใจ”

เหมือนแม่ก็สนับสนุนให้มีแฟน?
“จริงๆ แม่ไม่ได้สนับสนุนอะไรหรอกครับ แต่ ผมโตแล้ว แม่ไม่ห้ามเรื่องนี้หรอก แม่เขาแล้วแต่ผมเพราะผมโตแล้ว ถามว่าจะขัดขวางไหมก็ ไม่ขัดขวาง แม่เห็นว่าคนรักเราเยอะ แม่ก็เชียร์แพทหมายถึงเชียร์อยากให้เขามีงานเยอะๆ เพราะแม่ผมก็รู้ว่าแพทกตัญญูกับแม่ของเขา เป็นกำลังใจให้กันแบบนี้ดีแล้วครับ”

แล้วแม่เชียร์แพทให้โน่ไหม?
“ไม่หรอกครับ แม่แล้วแต่ผม แต่ก็มีพูดๆ ว่าถ้าคบเขาก็อย่าทำให้เขาเสียใจเด้อ(หัวเราะ) ผมก็บอกแม่ว่าใจเย็นๆ หาเงินก่อน แม่ก็เอ็นดูแพทเพราะเขาตลกดีครับ ส่วนตัวผมถามว่าเปิดใจไหมอันนี้ยังไม่ทราบเลย ตอนนี้มีแต่ทัวร์คอนเสิร์ต เดือนหน้าละครก็จะออนแล้ว ปลายเดือนก็ต้องเริ่มถ่ายละครช่องสาม จะเข้ามาตอนไหนก็ค่อยว่ากัน”

พบอีก 8 จุด,เผานั่งยาง,ที่อุดรฯ ,รองผบ.ตร.,ลงดู

พบอีก 8 จุดเผานั่งยางที่อุดรฯ รองผบ.ตร.ลงดู

พบอีก 8 จุดเผานั่งยางที่อุดรฯ รองผบ.ตร.ลงดู

พบอีก! จุดเผานั่งยาง ที่ป่าอุดรธานี อีก 8 จุด รวมทั้งหมด 23 จุดด้วยกันแล้ว รอง ผบ.ตร. “พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ” ลงพื้นที่พรุ่งนี้

ได้รับรายงานว่า ทางตำรวจกองบังคับการตำรวจภูธร จ.อุดรธานี ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดต้องสงสัยเผานั่งยาง ในป่าของ จ.อุดรธานี โดย พล.ต.ต.พีรพงศ์ วงษ์สมาน ผู้บังคับการตำรวจภูธร จังหวัดอุดรธานี กล่าวว่า การลงพื้นที่ในป่ากุดจับ อ.เมือง อุดรธานีในวันนี้นั้น สามารถพบจุดที่คาดว่าจะเป็นจุดเผานั่งยางเพิ่มอีก 8 จุดด้วยกัน

รวมของเดิม 15 จุด เป็น 23 จุด ซึ่งขั้นตอนต่อไป ทาง พฐ. จะเก็บวัตถุพยานที่เหลืออยู่ให้ได้มากที่สุด รวมทั้งการรื้อคดีคนหายเก่าในพื้นที่ควบคู่กันไปด้วย

ซึ่งยอมรับว่าเป็นเรื่องยากมากที่จะหาตัวคนร้าย เพราะเวลาเนิ่นนานมาก แม้กระทั่งกระดูกว่าเป็นของผู้ใดบ้างก็ยิ่งยาก โดยในวันพรุ่งนี้ ทาง พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. จะลงพื้นที่ไปสอบความคืบหน้าคดีด้วยตนเอง ซึ่งความคืบหน้าจะนำเสนอต่อไป

วิจารณ์สนั่น,ต้นเหตุ,เพราะ,เก๋ง, ซิ่ง,แซงซ้าย, วินาศ 6 คันรวด

คลิปวิดีโออุบัติเหตุสยองบนถนนสุวินทวงศ์ เก๋งตีนผีซิ่งแซง ปาดซ้ายปาดขวา เกี่ยวรถปิกอัพพุ่งข้ามเลน ประสางานสิบล้ออย่างจัง ชนคู่กรณีรวม 6 คน มีคนเจ็บคนตาย

(26 เม.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โลกออนไลน์กำลังให้ความสนใจและวิพากษ์วิจารณ์คลิปภาพเหตุการณ์อุบัติเหตุบนถนนสุวินทวงศ์ หลังพบรถเก๋งคันหนึ่งลักษณะขับซิ่ง แซงคันอื่นไปตลอดทาง กระทั่งจุดไคลแมกซ์แซงรถกระบะคันหนึ่งไม่พ้น ทำให้เฉี่ยวคันอื่นเสียหลักข้ามเลนไปชนประสานงารถบรรทุกวิ่งสวนเลนมา กลายเป็นโศกนาฏกรรม

ตามรายงานระบุว่า คลิปดังกล่าวถูกแชร์เผยแพร่ในโซเชียลฯ โดยเฟซบุ๊กคุณ ฉันเอง อมร โพสต์หลังจากเกิดเหตุเมื่อช่วงเช้าของวานนี้ (25 เม.ย.) ภาพจากกล้องหน้ารถยนต์คันหนึ่งบันทึกภาพเหตุการณ์ดังกล่าวไว้ได้ เผยให้เห็นรถเก๋งคันสีดำหรือเทาเข้ม ลักษณะแต่งซิ่ง ขับแซงปาดซ้ายปาดขวารถคันอื่นบนท้องถนน

ก่อนที่รถเก๋งตีนผีคันดังกล่าวจะเร่งเครื่องขับไปข้างหน้า พยายามปาดซ้ายปาดขวาเพื่อแซงรถ 2 คันข้างหน้า แต่ปรากฏว่าเกิดเสียหลักเพราะแซงไม่พ้น ทำให้รถเก๋งปาดหน้ารถกระบะที่พยายามจะแซง รถทั้ง 2 คันเกี่ยวกันกระเด็นข้ามเกาะกลางถนน ก่อนจะชนประสานงากับรถบรรทุกที่วิ่งสวนทางมาอย่างจัง

ทั้งนี้ จากข้อมูลของมูลนิธิกู้ภัยร่มไทร จุดสุวินทวงศ์ เปิดเผยว่า เหตุดังกล่าวเป็นเหตุทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 คน และได้รับบาดเจ็บ 1 คน โดยทั้งสองอยู่บนรถกระบะเคราะห์ร้าย ชายนั่งข้างคนขับรถกระบะเสียชีวิตที่โรงพยาบาล ขณะที่คนขับรถเก๋งที่ก่อเหตุได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย

สำหรับเหตุที่เกิดเหตุพบว่ามีรถคันอื่นๆ ที่ประสบเหตุครั้งนี้ทั้งสิ้น 6 คน ประกอบด้วย รถกระบะ 2 คัน รถจักรยานยนต์ 2 คัน รถบรรทุกสิบล้อ 1 คัน และรถบัสโดยสาร 1 คัน เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ลำผักชี ได้ดูแลเรื่องการแจ้งข้อหาและคดีความแล้ว

อย่างไรก็ตาม หลังจากคลิปดังกล่าวเผยแพร่ออกไป มีผู้คนในโลกออนไลน์จำนวนมากร่วมแสดงความคิดเห็นและวิจารณ์กรณีที่เกิดขึ้น หลายคนเห็นว่าเป็นอุบัติเหตุที่ร้ายแรง ซึ่งเกิดจากความประมาทเลินเล่อหรือความคึกคะนองของผู้ขับขี่รถเก๋ง ที่ทำให้เกิดความสูญเสียและเสียหายต่างๆ พร้อมกับต้องการให้เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบคดีนี้ ออกมาเปิดเผยข้อมูลให้กระจ่างต่อสังคมด้วย

บอย ปิยะรัชต์, อดีตพระเอกจักรๆวงศ์ๆ ,เล่าเรื่องปาฏิหาริย์, หายป่วยโรคGBS

บอย ปิยะรัชต์ อดีตพระเอกจักรๆวงศ์ๆ เล่าเรื่องปาฏิหาริย์ หายป่วยโรคGBS

บอย ปิยะรัชต์ อดีตพระเอกจักรๆวงศ์ๆ เล่าเรื่องปาฏิหาริย์ หายป่วยโรคGBS

“บอย ปิยรัชต์” อดีตพระเอกละครแนวจักรๆ วงศ์ๆ และยังเป็นพี่ชายของสาว “บี มาติกา” ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เล่าประสบการณ์ป่วยด้วยโรค GBS (Guillain-Barre’ Syndrome)

ซึ่งมีอาการหนักมากถึงขั้นนอนเฉยๆ ขยับร่างกายไม่ได้ จนกระทั่งหายป่วย ซึ่ง “บอย ปิยรัชต์” เชื่อว่าส่วนหนึ่งเป็นปาฏิหาริย์ จากการบวชเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้พ่อแม่ และเจ้ากรรมนายเวร โดยมีข้อความดังนี้

คุณเชื่อในปาฏิหาริย์มั้ย..??? ผมมีเรื่องจะเล่าให้ฟัง

หลายๆ คนคงทราบ ว่าผมเคยป่วยเป็นโรค GBS (Guillain-Barre’ Syndrome) ไม่สบายหนักมาก ถึงขั้นนอนเฉยๆ ขยับตัวไม่ได้ เจ็บทั้งตัวมากถึงมากที่สุด หายใจเอง กินอาหารและขับถ่ายไม่ได้เพราะระบบทุกอย่างไม่ทำงาน ต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ ใส่สายอาหารผ่านทางจมูก ใส่สายระบายฉี่ผ่านกระจู๋ ต้องนอน ICU เป็นผัก ปลา อยู่ประมาณเดือนนึง สร้างความทุกข์ให้คนรอบข้างเป็นอย่างมาก อยู่ๆ มันก็เกิดขึ้นทั้งที่ผมเป็นคนออกกำลังกายตลอด จุดเริ่มต้นมันเกิดขึ้นเมื่อประมาณ…

..3 ปีที่แล้ว เมื่อประมาณต้นปี 2556 หลังจากแต่งงานได้ประมาณ 3-4 เดือน ผมอยู่บ้านก็ถอดเสื้อตามประสาผู้ชายทั่วไป ออกไปเอาอาหารให้หมาที่หน้าบ้าน ซึ่งมีต้นไม้อยู่ พอซักพักก็เริ่มรู้สึกคันมีผื่นแดงขึ้นทั่วตัว ก็เลยไปหาหมอ หมอสรุปว่าคงเป็นเพราะโดนขนบุ้ง ทายาเดี๋ยวก็หาย แต่หลังจากวันนั้นมันเปลี่ยนชีวิตผมไปเลย

ทุกๆ ครั้งที่ออกจากบ้าน พอโดนแดดจะเกิดอาการคันมาก มีผื่นแดงขึ้นตลอดทั่วตัวและต้นขา ยิ่งใส่เสื้อขาวนี่ไม่ได้เลย จะขึ้นเร็วมากๆ จนต้องกินยาแก้แพ้ทุกๆ วันก่อนออกจากบ้าน ใช้ชีวิตยากมากช่วงนั้น มันเป็นหนักขึ้นมาทุกวันๆ จนกลายมาเป็น GBS ที่มาเล่นงานผมนี่แหละ

ข้ามมาตอนที่เริ่มดีขึ้นเลยละกัน ตอนนอนป่วยหลายๆ คนคงรู้ว่าเป็นยังไง และตอนนั้นก็ได้นึกระลึกถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ บนบานศาลกล่าวไว้ว่า “ถ้าผมหายขาด ผมจะขอบวชให้เจ้ากรรมนายเวรที่จองเวรซึ่งกันและกัน ทดแทนบุญคุณพ่อแม่ และขอให้อาการคันที่เกิดขึ้นกับตัวผมได้หายขาดซะที “

พอหายป่วยก็กลับมาใช้ชีวิตปกติ เลี้ยงลูก เตะฟุตบอล ดื่มบ้างเป็นครั้งคราว และก็ยังไม่ได้ทำตามสัญญาที่ได้ลั่นไว้ซักที ด้วยเหตุผลและข้ออ้างหลายๆ อย่าง และที่สำคัญอาการคันต่างๆ ที่อยู่กันมา 3-4 ปี ก็ยังเป็นเหมือนเดิม เรียกได้ว่าถ้าเกิดขาดมันไปก็คงคิดถึงมัน ต้องกินยาแก้แพ้ทุกครั้งก่อนออกจากบ้าน

…ผ่านมาปีกว่าๆ หลังกลับมาพักฟื้นที่บ้าน และวันเสาร์ 6 กพ.59 ก็ได้เข้าอุปสมบทอย่างตั้งใจเป็นเวลา 7 วัน ได้ใช้ชีวิตแบบพระ ทำทุกอย่าง อย่างตั้งใจทั้งสวดมนตร์ บิณฑบาต อุทิศส่วนบุญ ส่วนกุศลให้กับเจ้ากรรมนายเวรและญาติ มิตรสหายโดยทั่วกัน

หลังจากที่ลาสิกขา ก็กลับมาใช้ชีวิตปกติ แต่เหมือนกับว่าตัวเองลืมอะไรไปซักอย่าง นึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออก ว่าอะไรมันหายไปจากชีวิต….ใช่ครับ ปาฏิหาริย์ได้เกิดขึ้นกับผมแล้ว อาการคันต่างๆ ได้หายไปหลังจากที่ผมได้ทำตามคำสัญญาที่ให้ไว้กับสิ่งที่มองไม่เห็น

เคยมีคนบอกผมก่อนบวชว่า “..ผ้าเหลืองนี่ศักดิ์สิทธิ์นะ ผ้าเหลืองจะชำระล้างสิ่งไม่ดีทุกอย่างที่อยู่กับเรา” ใครไม่เจอกับตัวคงไม่เชื่อ แต่ตัวผม เชื่อแล้วกับคำว่า……”ปาฏิหาริย์”

เอ ศุภชัย, ควง,คุณแม่สุดสวย,ในชุดเริ่ดหรูออกงาน

เอ ศุภชัย ควงคุณแม่สุดสวยในชุดเริ่ดหรูออกงาน

เอ ศุภชัย ควงคุณแม่สุดสวยในชุดเริ่ดหรูออกงาน

เอ ศุภชัย ควงคุณแม่ออกงานในชุดเริ่ดหรู เป็นภาพที่น่ารักและไม่ค่อยได้เห็นสักเท่าไหร่

เป็นอีกหนึ่งภาพความประทับใจของ “เอ ศุภชัย” นักปั้นมือทองผู้จัดการส่วนตัวซุป’ตาร์เมืองไทย ปกติแล้วในอินสตาแกรมของ พี่เอ หากใครเป็นแฟนคลับที่ติดตามกันเป็นประจำจะได้เห็นภาพเจ้าตัวอยู่ในสถานที่ต่างๆ หรือไม่ก็ภาพถ่ายเก๋ๆ กับพี่น้องดาราที่สนิทกัน เห็นบ่อยๆ จะเป็น ณเดชน์, อั้ม พัชราภา, เจมส์ มาร์  

เรียกว่าไม่ค่อยได้เห็นภาพครอบครัวของ พี่เอ สักเท่าไหร่ ล่าสุด เจ้าตัวได้โพสต์ภาพตัวเองกับคุณแม่ ที่ต้องบอกว่ายังสาวและยังสวยเป๊ะ อยู่ในชุดหรูเริ่ดอลังการ พร้อมกับแคปชั่นว่า “พาแม่ออกงาน” 

คุณแม่สวยมากจริงๆ นะคะพี่เอ

รับสร้างบ้าน อุดร ประสบการณ์มากกว่า 20 ปี จากรุ่นบุกเบิกสู่รุ่นปัจจุบัน

รับสร้างบ้าน อุดร ประสบการณ์มากกว่า 20 ปี จากรุ่นบุกเบิกสู่รุ่นปัจจุบัน
บริษัท โมเดิร์น ดี เป็นบริษัท รับสร้างบ้าน อุดร โซนอีสาน ด้วยประสบการณ์มากกว่า 20 ปี จากรุ่นบุกเบิกจนถึงรุ่นปัจจุบัน บริษัทได้มีการรวบรวมบุคลากร ที่มีความสามารถในการก่อสร้างและ ออกแบบที่ได้รางวัลระดับประเทศ และด้านวิศวกรก่อสร้างที่มีประสบการณ์ ทำงานก่อสร้างจากต่างประเทศ โดยเทคนิคการก่อสร้างที่ทันสมัย ในด้านการบริการเราให้บริการตั้งแต่ การออกแบบ การเขียนแบบขออนุญาต ขอมิเตอร์น้ำ-มิเตอร์ไฟฟ้า ฟรี ตลอดจนการดำเนินการ ขอสินเชื่อในการสร้างบ้านจากสถาบัน การเงิน “ไม่มีเงินก็สร้างได้”

โมเดิร์น ดี มีการออกแบบและก่อสร้าง บ้าน, อพาร์ทเมนท์, โรงแรม, รีสอร์ท, คอนโดมิเนียม, โรงงาน, สำนักงาน, ร้านอาหาร, งานต่อเติมอาคารและ รวมไปถึง การออกแบบและก่อสร้าง สวนและสระว่ายน้ำ ด้วยวัสดุมาตรฐาน คุณภาพเกรด A ราคายุติธรรม ทั้งนี้ รวมไปถึงการตรวจสอบคุณภาพ ก่อสร้างจากทีมวิศวกรก่อสร้าง กว่า 100 ขั้นตอน และงานรับประกันนานกว่า 15 ปี

ดังนั้น “จึงเชื่อใจได้ ท่านจะได้รับ ความพึงพอใจ และบ้านที่สวยงาม มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวตามสไตล์ อย่างแน่นอน” ในปัจจุบันบริษัทมีความ พร้อมในการบริการลูกค้าที่ต้องการ ปรึกษาเรื่องการรับสร้างบ้านถึง 2 สาขา ในจังหวัดอุดรธานี และจังหวัดขอนแก่น

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม ดูผลงานการ รับสร้างบ้านอดุร
http://www.modern-de.com/

นุ๊ก สุทธิดา, เปิดใจ,หมั้นสายฟ้าแล่บ,หนุ่มมาเลย์ ,รักต่างวัย 15 ปี

ย่องเงียบเข้าพิธีหมั้นแบบสายฟ้าแลบกับหวานใจหนุ่มรุ่นน้องชาวมาเลย์ “มูฮาหมัด ฮากีม บินอาซาฮา”ไปเมื่อวันที่ 10 เมษายนที่ผ่านมา ล่าสุดนักแสดงสาว “นุ๊ก สุทธิดา” ได้ออกมาเปิดใจกับสื่อมวลชนให้ฟังถึงเรื่องเส้นทางรักในครั้งนี้ให้ฟังว่า คบหากันได้ยังไม่ถึงปี แต่เชื่อมั่นฝ่ายชายเป็นคนเสมอต้นเสมอปลาย และเป็นคนดี จึงทำให้ตัดสินใจตอบตกลงในวันที่เขาขอแต่งงาน อายุห่างกัน 15 ปีไม่ใช่ปัญหา ด้านลูกชายทั้งสองและครอบครัวไม่มีปัญหา พร้อมเผยแพลนแต่ง วันที่ 9 กรกฎาคม ณ ประเทศมาเลเซีย

“ก่อนอื่นต้องขอโทษหลายๆ ท่านด้วย ที่อาจจะไม่ได้บอกทั้งหมด จริงๆ ตอนแรกเราก็ไม่คิดว่าจะได้บอกใครในส่วนของตอนหมั้น เพราะไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง มันไม่ใช่การแต่งงานครั้งแรก เลยรู้สึกว่ามันแปลกๆ ที่จะพูด ถามว่าใจจริงอยากพูดไหม เราก็อยากพูดทุกคนแหละค่ะ สำหรับผู้หญิงเวลาที่มีเรื่องราวดีๆ แบบนี้ ยังไงต้องขอโทษพี่ๆ สื่อทุกคนที่ได้ร่วมงานกันมา ไม่ได้ตั้งใจจะปกปิด เพราะงานหมั้นที่เกิดขึ้นไม่เชิงว่าจะเป็นงานใหญ่โต อย่างเสื้อผ้าที่ใส่ในวันหมั้นก็เป็นชุดที่มีอยู่แล้วในตู้ เป็นชุดเที่ยวธรรมดา แค่เป็นการทานข้าวกันระหว่างสองครอบครัวและเพื่อนไม่เกินสิบคนเท่านั้นเอง ถือว่าเป็นสไตล์ที่เรียบง่ายแบบของนุ๊ก”

แพลนมานานหรือยัง?
“เราคุยกันว่าจะแต่งหรือไม่แต่งตั้งแต่แรกๆ ที่คบกัน เขาจะถามเราเสมอว่าซีเรียสไหม แต่ตอนนั้นนุ๊กยังไม่ได้ตอบอะไร เป็นการคุยกันเรื่อยๆ ทุกเดือน จนถึงวันที่ 13 มีนาคม เขาคุกเข่าขอแต่งงาน”

รู้จักได้อย่างไร?
“ก่อนอื่นต้องขอแก้ข่าวนิดนึง ว่าเขาไม่ใช่มหาเศรษฐี เป็นแค่คนธรรมดา มีอาชีพเป็นตากล้องถ่ายภาพนิ่ง เงินเดือนเท่าตากล้องปกติทั่วไป ไม่ได้รวยเลย รวมทั้งทางพื้นฐานครอบครัวก็ไม่ได้รวย เรารู้จักกันตอนฝ่ายชายไปแข่งกีฬาที่สิงคโปร์ นุ๊กก็ไปเชียร์แข่งกีฬาที่สิงคโปร์เหมือนกัน เป็นกีฬาสตรีทเวิร์คเอ้าท์เอเชีย มีหลายประเทศมาแข่งรวมกัน มีนักกีฬาของประเทศไทยไปคนเดียว เราก็ไปกับกรุ๊ปคนไทย เราไปเจอกันที่นู้น ทางฝ่ายชายเข้ามาขอถ่ายรูป หลังจากนั้นเขาก็อินบ็อกซ์เข้ามาทางไอจีหลักที่แยกย้ายกันกลับ”

ประทับใจอะไรในตัวเขา ถึงได้สานสัมพันธ์ต่อ?
“ตัวนุ๊กตอนนั้นไม่ได้มองใคร ไม่ได้คิดจะมีแฟนเลย และไม่คิดเรื่องการแต่งงานใหม่เลยแม้แต่นิดเดียว แต่ส่วนของฝ่ายชายเขาคงเห็นว่าผู้หญิงคนนี้สวยจัง(หัวเราะ) อีกอย่างคงเห็นว่าเราเป็นมุสลิม เพราะตอนนั้นไปเราคลุมผ้าไปด้วย เขาบอกว่าเป็นสิ่งที่ทำให้เขากล้าที่จะเข้ามาคุย เพราะถ้าเป็นผู้หญิงที่อยู่กันคนละศาสนามันก็คงเป็นไปไม่ได้ ตอนคุยกันแล้วนุ๊กประทับใจที่เขาสม่ำเสมอ เลยเริ่มคุยกันมากขึ้นเรื่อยๆ”

ด้วยความที่เขาอายุน้อยกว่า ตอนนั้นเราคิดเรื่องนี้บ้างไหม?
“คิดค่ะ จริงๆ คิดมาเสมอว่าอยากได้คนที่อายุมากกว่า อยากได้คนที่เป็นผู้ใหญ่ เพราะชีวิตเราเหนื่อยมาเยอะแล้ว ถ้ามีคนดูแลได้ก็คงจะดี แต่ไม่ได้หมายถึงเรื่องเงินทองนะคะ เพราะเราก็เชื่อมั่นว่าเราเป็นผู้หญิงเก่ง แต่ทำไมไม่รู้ไม่เคยมีผู้ใหญ่มาจีบเลย แรกๆ ที่เราไม่ค่อยคุยกับเขาเยอะ เพราะเขาอายุน้อยกว่า ทำให้รู้สึกว่ายังไงก็เสียเวลาเปล่า แต่คุยไปเรื่อยๆ รู้สึกว่าเขาเป็นคนใจเย็นมาก เป็นคนใจดี อาจจะมีอารมณ์ร้อนบ้าง แต่โดยรวมแล้วเขามีวุฒิภาวะที่มากกว่าอายุ”

ระยะเวลาที่คบกันมา นานเท่าไหร่?
“เจอกันครั้งแรกเดือนพฤษภาคมปีที่แล้วค่ะ และคุยกันประมาณ 2-3 เดือน ในฐานะเพื่อน และเริ่มมาคุยกันจริงจัง”

เขาทราบได้อย่างไรว่าเราเคยผ่านการมีครอบครัวมาแล้ว?
“รู้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ทักมาในไอจี เพราะครั้งแรกที่เขาทักมาเราถามเขาเลยว่า รู้ไหมเราอายุเท่าไหร่ และรู้ไหมว่าเรามีลูกแล้ว เขาบอกว่าเขารู้”

ทางด้านครอบครัวเขา เป็นอุปสรรคไหมพอทราบว่าเรามีครอบครัวมาแล้ว?
“นุ๊กว่านุ๊กโชคดีมาก ถึงแม้ว่าฝ่ายชายอาจจะไม่ใช่คนร่ำรวย แต่เขามีครอบครัวที่น่ารัก เป็นอะไรที่ใสๆ บ้านๆ จริงใจ และอบอุ่น เรากล้ากอดคุณแม่เขาอย่างสนิทใจ และรู้สึกอบอุ่น”

ลูกของเราว่าอย่างไรบ้าง?
“นุ๊กว่าโชคดีตรงที่ว่าสิ่งที่ฝ่ายชายเขาผ่านเราจริงๆ คือเป็นเรื่องลูก เพราะเรามีลูกมาก่อนและไม่เคยคิดว่าใครจะมาดูแลลูกเราได้ดีเท่าเรา แต่วันนึงเรารู้สึกว่าคนๆ นี้ อาจจะไม่ได้มาซับพอร์ตเรื่องบางเรื่องได้ แต่ในเรื่องของจิตใจ การเลี้ยงดู เรารู้สึกว่าเราไม่ต้องบังคับ เพราะเขามีความรับผิดชอบ สิ่งแรกที่เราตัดสินใจคือเรื่องลูก ลูกกับเขาสามารถเข้ากันได้ดีถึงแม้จะไม่ได้เจอกันบ่อย เพราะอยู่คนละประเทศ แต่เวลาได้เจอกันทางผู้ชายก็ชอบกีฬา เราก็ชอบกีฬา ทำให้เด็กได้สนุกกับการเล่นกีฬาและการทำกิจกรรม”

อะไรที่เขาเอาชนะใจลูกเราได้?
“น่าจะเป็นเรื่องของความจริงใจ เพราะเด็กก็คงไม่มีอะไรมาก แค่เล่นกับเขา จริงใจกับเขา แค่นั้นเขาก็คงโอเค แรกๆ ลูกเราก็แอบช็อคเหมือนกัน เพราะว่าเด็กๆ เจอผู้ชายในชีวิตของแม่ไม่กี่คน ลูกคิดมาเสมอว่า พี่โก้ ธีรศักดิ์ เป็นแฟนกับแม่ เพราะเป็นผู้ชายที่เจอบ่อยที่สุด แรกๆ เด็กก็จะถามว่าใคร เขาคือใคร เพราะเขาจะเห็นเราสไกป์กันทุกวัน เขาก็จะสงสัย พอเขารู้เขาจะบอกไม่เอา หวงแม่ แต่นุ๊กก็แกล้งบอกเขาว่า งั้นจะไม่คุยเลยนะ แต่ลูกก็บอกไม่เอา เก็บไว้ก่อน พอเราตัดสินใจใช้ชีวิตคู่ เราก็บอกลูกเป็นคนแรก และค่อยบอกคุณพ่อคุณแม่ตัวเอง เพราะสำหรับนุ๊ก ลูกสำคัญที่สุด ถามว่าคิดยังไงถ้าเราจะเป็นคนครอบครัวกันจริงๆ ลูกก็ค่อนข้างรอคอยเพราะเขาค่อนข้างวาดฝันว่ามันจะต้องมีความสุข”

กลัวคนจะมองว่ามันเร็วเกินไปไหม?
“ด้วยความที่เราไม่ได้ดูปัจจัยภายนอกเลย เราดูที่วุฒิภาวะ ความชอบ และนิสัยที่เหมือนกัน การแต่งงานครั้งนี้เกิดจากความรัก เลยรู้สึกว่าเวลาเป็นแค่ส่วนหนึ่ง แต่ไม่ใช่ทั้งหมดที่จะการันตีว่าเราจะมีความสุขหรือเปล่า”

แพลนงานแต่งหลังจากนี้เป็นอย่างไร?
“วันแต่งเป็นวันที่ 9 เดือน 7 ที่มาเลเซีย หลังจากแต่งงานแล้ว ดูจากสภาพเศรษฐกิจก็จะอยู่เมืองไทย เพราะลูกเราเรียน และมีงานของเราด้วย ต้องขอบคุณฝ่ายชายด้วย ถึงแม้เขาจะไม่ได้ทำงานใหญ่โต ไม่ได้มีเงินเดือนมากมาย แต่เขาเสียสละชีวิตของเขาที่จะย้ายมาอยู่เมืองไทย เพราะการที่เขาต้องเปลี่ยนทุกอย่างเลย ถือเป็นการเสียสละมากสำหรับเขา พอย้ายมาอยู่เมืองไทยก็ต้องดูบ้านกันอีกที และต้องช่วยกันดูแลลูก”

ฝ่ายชายวางแผนในการมาทำงานที่ประเทศไทยยังไง?
“ด้วยความที่อาชีพเขาเป็นตากล้อง อาจจะไปสมัครเป็นตากล้องของพี่ปลา ฟินนาเร่(หัวเราะ) และในส่วนของยิม เขาเคยเป็นเทรนเนอร์และนักกีฬาด้วย อาจจะหนักมาในทางของยิมหรือการเป็นเทรนเนอร์”

ย้อนกลับไปถามตอนคุกเข่าแต่งงาน เกิดขึ้นที่ไหน?
“ที่มาเลเซียค่ะ วันนั้นนั่งอยู่เขาก็มาสะกิดเก้าอี้ เราก็หันไปแบบใครหาเรื่อง พอเราเห็นกล้องมือถือ เราก็รู้แล้วแหละว่ามันต้องมีอะไรแน่ๆ และหลังจากนั้นก็หูอื้อ แต่รู้สึกว่าเขาถามอยู่นานมาก เราจะพูดว่าตกลงตั้งแต่ที่เห็นกล้องแล้วค่ะ(หัวเราะ) แต่มันพูดไม่ออก สุดท้ายเลยพยักหน้า”

อนาคตวางแพลนว่าจะมีลูกอีกไหม?
“ตามหลักแล้วการมีลูกจะเป็นของขวัญของพระเจ้า อันนี้ก็ต้องสุดแบ้วแต่พระเจ้า ถ้าถามนุ๊ก นุ๊กก็เฉยๆ นะคะ แต่ถ้าถามถึงฝ่ายชายก็คงตื่นเต้น ถ้านุ๊กเลือกได้ นุ๊กก็คงอยากได้ผู้หญิง เพราะตอนนี้นุ๊กมีผู้ชาย 2 คนแล้ว”

ฝ่ายชายให้แหวนกี่กะรัต?
“ไม่ถึงกะรัตหรอกค่ะ เขาเป็นตากล้อง ก็น่ารักๆ”

เพราะเรื่องศาสนาที่ตรงกัน เลยทำให้เราตัดสินใจง่ายขึ้นใช่ไหม?
“ใช่ค่ะ มันอาจจะเป็นดวง หรือสิ่งที่ถูกกำหนดไว้แล้ว เพราะเรารู้สึกว่าเราจะไม่มีแฟนต่างศาสนา เป็นคนมีความเชื่อว่าถ้ามีแฟนก็ต้องมีแฟนศาสนาเดียวกัน และเราจะไม่เปลี่ยนศาสนาของเราเพื่อใคร ทางฝ่ายชายเขาก็คิดเหมือนกัน เราเลยบังเอิญได้มาเจอกัน”

เรื่องงานเรางดเซ็กซี่เลยใช่ไหม?
“โดยปกติแล้วนุ๊กก็ไม่ค่อยมีงานเซ็กซี่อยู่แล้วแต่ไหนแต่ไร แต่อาจจะต้องมีคุยเยอะขึ้นบ้างในหลายๆ เรื่อง เพราะบางงานที่เราคุยกันไว้ก่อนที่นุ๊กเปลี่ยนศาสนา มันก็อาจจะมีปัญหาบ้างเหมือนกัน เพราะตอนนี้เราเลยต้องคุยรายละเอียดกัน”

งานในวงการยังทำต่อใช่ไหม?
“ค่ะ ก็ยังมีงาน ตอนนี้มีละครที่รับเอาไว้นานแล้ว และกำลังค่อยๆ ทยอยถ่าย และก็มีผลิตภัณฑ์อาหารเสริมของตัวเอง”

ฝ่ายชายทราบไหมว่าเราเป็นนักแสดง?
“เขาก็เพิ่งรู้ตอนที่เขามาเห็นในไอจี เขาสงสัยว่าทำไมผู้หญิงคนนี้คนตามเยอะจัง”

มั่นใจใช่ไหมว่าเขาไม่ได้มาหลอกเรา?
“ก็มั่นใจนะคะ แต่ถามว่าชีวิตคู่มันจะประสบความสำเร็จไหม นุ๊กเชื่อว่าทุกคู่ที่ตกลงอยู่ด้วยกัน โดยเฉพาะคู่ที่ไม่ได้มีความหมายอื่นเลยนอกจากความรัก ก็คงคิดว่ามันน่าจะรอด ปลอดภัย อยู่กันจนถึงโลกหน้า แต่สุดท้ายก็ไม่มีใครให้ความมั่นใจได้ ขนาดตัวเราเองยังเปลี่ยนตัวเราเองทุกวัน เพราะฉะนั้นขอให้มันเป็นอย่างที่เราหวังไว้ดีกว่า”

อนาคตจะได้เห็นฝ่ายชายออกสื่อบ้างไหม?
“น่าจะได้เห็นช่วงเดือนหน้า ตอนเราไปลองชุดแต่งงานกันที่ฟินนาเร่”

ครอบครัวนุ๊กเอง ว่าอย่างไรบ้างก่อนที่จะมีการหมั้นเกิดขึ้น?
“นุ๊กโชคดีที่คุณแม่จะพูดกับนุ๊กเสมอว่า เงินไม่สามารถซื้อได้ทุกอย่าง เพราะฉะนั้นคุณแม่จะไม่ได้สนเรื่องฐานะเงินทอง เขาจะสนที่ว่าเราได้คบคนดีๆ วันที่เราบอกเขาว่าจะหมั้นกับคนนี้ คุณแม่ก็พูดว่า ขอให้เขาเป็นคนดีก็พอแล้ว เพราะแม่เชื่อว่าถ้าเราได้คบคนดี เราก็จะมีความสุข ส่วนเรื่องอื่นๆ แม่เชื่อว่านุ๊กเป็นผู้หญิงเข้มแข็ง น่าจะไม่ลำบากอยู่แล้ว”

รวมบทความ สาระความรู้ทั่วไปข่าวด่วนสาระความบันเทิงข่าวซุปซิบดาราทั้งข่าวในประเทศต่างประเทศมากมายโดยเรานำมารวบรวมไว้ในนี้คะ